หุ้น PTTOR ที่รอเข้าตลาด กับการหาราคาที่เหมาะสม

จากการผิดหวังที่เฝ้ารอคอยข่าวที่ออกมาหลาย ๆ ครั้งของหุ้นดีมีอนาคตอีกหนึ่งตัวในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งถูกเลื่อนมาตั้งแต่ ปี 2561 จนมาปี 2562 ก็ถูกเลื่อนออกไปเป็นครั้งที่ 2 จนบัดนี้เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ข่าวคราวก็ได้เงียบหายไป ซึ่งหุ้นตัวนั้นก็เป็นหุ้นลูกของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีชื่อว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ จนหลายๆคนคงเกิดความสงสัยเหมือนผมว่าทำไม? เป็นเพราะอะไรถึงทำต้องถูกเลื่อนเรื่อยๆ ด้วยข้อมูลที่ผม พอจะหาได้และความรู้ที่มีในตลาดทุนพอจะสรุปคร่าวๆได้ว่า
1.เป็นเรื่องของการจัดการแบ่ง แยกทรัพย์สินที่ถูกโอนจากบริษัทแม่ไปสู่บริษัทลูกที่เสร็จไม่ทันเวลา และมีความไม่ชัดเจนภายในองค์กรเองอันนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งจัดการเสร็จเรียบร้อยในช่วงปลายปีนั้นเอง

  1. เนื่องด้วยหุ้นของปตท.เองถูกรัฐบาลถือผ่านกระทรวงการคลัง 51% จึงทำให้มีเรื่องของการเมืองเข้ามามีส่วน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นจึงต้องเลื่อนจนกว่าการเมืองจะนิ่งและเป็นประชาธิปไตยเสียก่อน
    3. น่าจะเป็นในเรื่องของจังหวะและเวลาที่ยังไม่ลงตัวเพราะหากไม่ได้มีความจำเป็นรีบร้อนในการเข้าซื้อขายแบบเร่งด่วนดั่งสมัย ปตท.ที่ถูกบีบให้แปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ในสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยและยังถูกบีบด้วยเจ้าหนี้ของรัฐบาล(กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟที่มาปล่อยกู้ให้ประเทศแก้วิกกฤตในตอนนั้น) ตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 ทำให้ราคาอาจจะไม่ดีนัก

มาถึงตรงนี้แล้วก็คงเริ่มสงสัยแล้วกันแล้วใช่ไหมครับในเรื่องของการกำหนดราคาที่ปตท.จะเอาบริษัทฯลูกเข้าตลาด ซึ่งผมก็บอกเลยว่าเป็นอะไรที่บอกได้ยากมากครับ เพราะตามหลักแล้วการหาราคาที่เหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆแล้วการทำการ สำรวจความต้องการของตลาด สภาวะของตลาดในช่วงนั้นประกอบกันด้วย หากตลาดดีกำลังเป็นขาขึ้นราคาก็ถูกกำหนดโดยการบวกค่าความคาดหวัง (Expected Return)เข้าไป แต่หากสภาวะตลาดซบเซาก็จะหักส่วนลด (Discount rate) เพื่อเป็นการจูงใจให้นักลงทุนเข้าซื้อ

และสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องรู้ก่อนนั้นคือ โออาร์มีอะไรบ้าง เพื่อให้ง่ายแก่การมองภาพผมขอแยกผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับโออาร์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ คือ

  1. ธุรกิจน้ำมัน ประกอบด้วย

– ค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการทั้งในและต่างประเทศ (ปั๊มน้ำมัน)หรือเรียกกันว่า PTT Station.

– จำหน่ายเชื้อเพลิงหล่อลื่นทั้งในและต่างประเทศ คือ PTT Lubricants นั้นเอง

– จำหน่ายน้ำมันและก๊าซ แอลพีจีให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆเช่น น้ำมันเรือ น้ำมันเครื่องบิน ก๊าซที่ใช้ในอุตสาหกรรม ฯลฯ

– จำหน่ายแอลพีจีในครัวเรือนหรือเรียกว่าก๊าซหุงต้มในครัวเรือน ง่ายๆก็ แก๊ซถังเขียวนั้นแหละครับ

–  บริหารโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจน้ำมัน

 

 

  1. ธุรกิจค้าปลีกด้านอื่นๆ และให้บริการด้านบำรุงรักษายานยนต์

– Café Amazon

– FIT Auto

– ร้านชานมไข่มุก “เพิร์ลลี่ที”

– Jiffy

– Daddy Dough

– ฮั่วเซ้งฮง

– Texas Chicken

และเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 บริษัท ปตท. น้ำมันและ การค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR ซึ่ง ปตท. ถือหุ้น 100% ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท พีทีทีโออาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 4,190,000 บาท โดย PTTOR ถือหุ้น 100% มีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนในต่างประเทศของ PTTOR เท่ากับว่าก็มีอีกหนึ่งบริษัทย่อยของ PTTOR เป็นบริษัทข้ามชาติ หรือ บรรษัทข้ามชาติ  (Multinational Corporation หรือ Multinational Company) ที่หาเงินเข้าประเทศนั้นเอง

และจากการหาข้อมูลในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและ การค้าปลีกจำกัด (มหาชน) หรือชื่อภาษาอังกฤษ PTT OIL AND RETAIL BUSINESS ได้ทำการจดทะเบียนการค้าหรือที่เรียกกันว่าหนังสือบริคณห์สนธิ ทุนจดทะเบียน 90,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 9,000 ล้านหุ้น หุ้นละ 10 บาท โดยงบแสดงฐานะทางการเงินปี 2561 มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 202,432 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สินจำนวน 112,221 ล้านบาท และส่วนของทุน 90,211 ล้านบาท ซึ่งเท่าที่ดูแล้วหากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ก็ถือได้ว่าเป็นหุ้นใหญ่อีกตัวหนึ่งแน่

Share This: