Articles Posted by the Author:

  • แปรรูป ปตท. กับวาทะกรรมขายสมบัติชาติ

        คำว่า “ขายสมบัติชาติ” เป็นวาทะกรรมที่บางกลุ่มหยิบยกเพื่อโจมตีการแปรรูป ปตท.มาอย่างช้านานจนถึงปัจจุบัน โดยการแปรรูปในครั้งนี้ คุณบรรยง พงษ์พานิชหย่อนความคิดเห็นลงในบทความตอนหนึ่ง เรื่อง ตำนาน “การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ” … ปตท. เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ 2544 (ตอน 5) ว่า “คนจำนวนมากเข้าใจว่า เงื่อนไขการแปรรูปฯ นี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อบังคับให้เรา “ขายสมบัติชาติ” เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ และมีไม่น้อยเลยที่คิดเลยไปว่าเป็นแผนการชั่วร้ายให้ขายให้ต่างชาติ” … ซึ่งถ้าอ่านจากบทความนี้จะพบว่าไม่ได้เป็นความจริงอย่างที่กล่าวกัน     ทั้งนี้คุณบรรยง ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวการแปรรูป ปตท. ครั้งนี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และสร้างประโยชน์อย่างไรต่อประทศบ้าง     “ผมขอยืนยันว่า การขายหุ้น IPO ของ ปตท.ในปี 2544 กระทำอย่างโปร่งใส อย่างมืออาชีพ ไม่ได้มีเรื่องสกปรกตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งผมและทีมงานได้เคยไปอธิบายในที่ต่างๆ มามากมาย รวมทั้งกรรมาธิการของสภา เพียงแต่ยังไม่เคยเขียนอธิบายด้วยตัวเอง (จะเขียนอธิบายในบทความครั้งหน้าภายในสุดสัปดาห์นี้ครับ…เพราะเมื่อก่อนยังไม่รู้ว่าตัวเองเขียนหนังสือเป็นมาก่อน)     IPO ของ ปตท. โดยขายหุ้นทั้งหมด 920 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 35 บาท รวมมูลค่า 32,200 ล้านบาทในครั้งนั้น […]


  • ราคาน้ำมันขึ้น ลงใครกำหนด

        มีความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ออกมาอยู่เนืองๆ ในกรณีที่ผู้บริโภคบางกลุ่ม มองว่าราคาน้ำมันเมืองไทยแพงเกินไป และ ปตท. เป็นต้นเหตุของราคา เพราะปตท. เป็นผู้กำหนดราคาขายน้ำมันในประเทศ ตรงนี้จะขอนำส่วนหนึ่งของคำแถลงที่ทาง ผู้บริหารของ ปตท. ได้ตั้งโต๊ะแถลง หลังจากมีประเด็นร้อนว่อนในโลกโซเชียลในด้านลบกับ บริษัท ปตท. ทั้งในเรื่องการกำหนดราคาน้ำมันที่เอาเปรียบประชาชน จนได้กำไรสูงเป็นแสนล้านบาท พร้อมชักชวนบอยคอตเติมน้ำมันที่ปั๊มของ ปตท.     “นายเทวินทร์ กล่าวว่า ปี 2560 ราคาน้ำมันทั้งปีเฉลี่ยเป็นขาขึ้น โดย ปตท. มีการปรับขึ้น 21 ครั้ง ปรับลง 21 ครั้ง แต่ราคาหน้าปั๊มขายต่ำกว่าต่างชาติ 20 วัน ไม่เคยขายแพงกว่ารายอื่นเลย แม้แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ 6 เม.ย. – 28 พ.ค. 2561 ปตท.ปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 ครั้ง ปรับลง 1 ครั้ง โดยไม่เคยมีช่วงเวลาที่ขายแพงกว่าเจ้าอื่น แต่มีช่วง 9 […]


  • แจง! ส่งออกน้ำมันถูกกว่าที่ขายในประเทศ-ผูกขาดขายน้ำมันแพง?

    ซีอีโอ “ปตท.” แจง! ส่งออกน้ำมันถูกกว่าที่ขายในประเทศ-ผูกขาดขายน้ำมันแพง?     จากกรณี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราคาน้ำมันในประเทศสูง โดยเฉพาะในโลกโซเชี่ยลมีเดียที่มีโจมตี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้ำมันมีราคาสูง ล่าสุด เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในเรื่องราคาน้ำมัน ดังนี้   “หยุดเติมน้ำมัน ปตท.” อารมณ์ เหตุผล หรือเจตนาแอบแฝง ?     ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 20% ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ดีเซล และ LPG สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกด้วยเช่นกัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ มีค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น     ผู้ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้คือประเทศผู้ส่งออกพลังงาน ซึ่งก็เคยประสบปัญหารายได้หายไปเมื่อราคาพลังงานดิ่งลงตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว เป็นวัฏจักรที่มีการขึ้นลงเช่นเดียวกับอุสาหกรรมอื่นๆที่มีการลงทุนขนาดใหญ่และมี lead time นาน     คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจธุรกิจพลังงานและกลไกตลาดโลก จึงเริ่มมองหาจำเลยที่จะระบายความโกรธแค้นที่เขาต้องเดือดร้อน ใกล้ตัวที่สุดคือผู้ค้าขายน้ำมัน โดยเฉพาะ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ค้าสำคัญในประเทศไทย จนถึงขั้นมีขบวนการรณรงค์ให้หยุดเติมน้ำมัน ปตท. และบิดเบือนต่ออีกว่า […]


  • ทำไมน้ำมันส่งออก จึงถูกกว่าราคาขายในประเทศ

    ทำไมน้ำมันส่งออก จึงถูกกว่าราคาขายใน ปท. ??       ขอเล่าถึงประสบการณ์ในฐานะผู้ที่อยู่ในธุรกิจโรงกลั่นมาก่อนกว่า 30 ปีว่า อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันในประเทศมีที่มาที่ไป     อย่างไรตามข้อเท็จจริง… โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยเกิดขึ้นมารองรับความต้องการใช้ในประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ไม่ได้สร้างมาเพื่อการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพราะถ้าสร้างมาเพื่อการส่งออกเหมือนกับโรงกลั่นในประเทศสิงคโปร์ “ไม่คุ้มค่า” ลงทุนแน่นอน และคงไม่มีนักลงทุนที่ไหนจะใส่เงินกว่า 100,000 ล้านบาท เมื่อรู้ปลายทางว่าจะขาดทุนแน่นอน รัฐบาลในอดีตได้เห็น “ความจำเป็น” ที่จะต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศในขณะนั้น จึงประกาศเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนสร้างโรงกลั่นน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ     ภาครัฐได้จูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนสร้างโรงกลั่น ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการลดภาษีเงินได้ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI แต่สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นถ้าราคาน้ำมันที่ผลิตจากโรงกลั่น ไม่ใช้ราคาเทียบเท่าการนำเข้าจากตลาดสิงคโปร์ (ราคาอ้างอิงซื้อขายที่สิงคโปร์+ค่าปรับคุณภาพตามมาตรฐานไทย คือ ยูโร 4+ค่าขนส่ง+ค่าประกัน+ค่าสูญเสีย) ก็ “ยาก” ที่จะมีโรงกลั่นเกิดขึ้นในประเทศไทย และหากไม่มีการลงทุนสร้างโรงกลั่นให้เกิดขึ้นในประเทศก็เท่ากับว่าประเทศจะต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมหาศาล เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่ขยายตัวต่อเนื่อง     ในปัจจุบันที่เริ่มเห็นว่ามีการส่งออกน้ำมันบ้างนั้น จะพบว่ามีปริมาณส่งออก “น้อยมาก” ถ้าเปรียบเทียบจากปริมาณการผลิตทั้งหมด เหตุผลที่ต้องมีการส่งออกน้ำมันบางส่วน เพราะโรงกลั่นไม่สามารถเลือกน้ำมันดิบที่จะป้อนเข้าโรงกลั่นได้ ส่งผลให้ผลิตน้ำมันไม่พอดีกับความต้องการในประเทศ รวมไปถึงการใช้กำลังการกลั่นให้เต็มที่เพื่อลดค่าใช้จ่าย จึงทำให้มีน้ำมันสำเร็จรูปบางชนิดผลิตออกมาเกินความต้องการจึงต้องส่งออก     อย่างไรก็ตาม […]


  • นอมินี (Nominee) รู้สึกอย่างไรกับคำนี้ | ปตท. นอมินี

    นอมินี (Nominee) คุณรู้สึกยังไงกับคำๆนี้ / เจ้าของคือระบอบทักษิณ / คือทุนสามานย์ / ใช่ไหม? ถือซะว่าเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของผมนะครับ คือผมรู้จักคำว่า นอมินี-Nominee นี่ครั้งแรกน่าจะย้อนไปสมัยยุคพันธมิตรเฟื่องฟู ยอมรับว่าตอนนั้นก็เป็นสาวกคนนึงของ ASTV นะครับ จำได้ว่าคำว่า นอมินี-Nominee นี่เป็นหนึ่งในวาทะกรรมของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ใช้โจมตีคุณทักษิณเรื่องการให้คนอื่นถือหุ้นในบริษัทต่างๆแทน ดังนั้น Mindset แรกๆของผมต่อคำว่า นอมินี-Nominee = การให้คนอื่นถือหุ้นในบริษัทต่างๆแทนตนเอง (ซึ่งมีความหมายไปในทางที่ไม่ดี) ยอมรับว่าตอนนั้นยั้งเด็กอยู่ครับ น่าจะประมาณ 20 ต้นๆ ฟังอะไรก็ไม่ได้คิดตามเท่าไร ใครเขาเล่าอะไรให้ฟัง มันฮึกเหิม มันปลุกใจ มันสนุก ก็เฮโลไปตามเขา พาลทำให้คำๆหนึ่งที่เป็นคำธรรมดาสามัญ ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเขาก็ใช้กันเป็นสากลอย่าง นอมินี-Nominee กลายเป็นคำไม่ดีไปเสียได้ มาวันนี้ ในวันที่อายุสามสิบต้นๆ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวมาพอสมควร ผมเริ่มเรียนรู้คำว่า นอมินี-Nominee เสียใหม่ และเข้าอกเข้าใจมันมากขึ้น จากการหาความหมายของคำว่า นอมินี-Nominee ใน Internet […]


  • สาเหตุราคาน้ำมันขึ้นลงไม่เท่ากัน เช่นขึ้น 60 สต. ลง 40 สต.

        เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนต้องเคยสงสัยเวลาดูข่าวการปรับราคาน้ำมันหน้าปั๊ม และก็คงเหมือนกับผมที่ข้องใจบ้างไม่มากก็น้อยว่าทำไมการขึ้นลงของราคาแต่ละครั้งมันไม่เท่ากันเลยและราคามักจะขึ้นในสัดส่วนมากกว่าตอนลงบ่อยๆ เช่นเวลาขึ้นๆ 60 สต. แต่ตอนลงๆแค่ 40 สต.       จากที่ลองรวบรวมข้อมูลราคาน้ำมันและโครงสร้างราคาย้อนหลัง ผมพบว่าสัดส่วนการขึ้นลงของราคาน้ำมันจะสัมพันธ์กับค่าการตลาดในช่วงนั้น  และการจะเข้าใจในเรื่องนี้ จะต้องทำความใจใน สามประเด็นนี้ก่อนว่า   1.ราคาสิงคโปร์และค่าการตลาดมีผลต่อการปรับราคาหน้าปั๊ม และ 2.ช่วงเวลาในการปรับราคามีผลทำให้การขึ้นลงแต่ละครั้งไม่เท่ากัน 3.แล้วมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนั้นด้วย ?? (แล้วปั๊มน้ำมันได้ประโยชน์จากส่วนต่างตรงนี้หรือไม่?)       ประเด็นแรก ค่าการตลาดมีผลต่อการปรับราคาน้ำมัน โดยหลักการแล้วราคาน้ำมันในประเทศจะอิงกับราคาสิงคโปร์เมื่อราคาสิงคโปร์มีการปรับ ราคาหน้าโรงกลั่นไทยก็จะมีการปรับตาม ทำให้ค่าการตลาดในประเทศเปลี่ยนเพราะค่าต้นทุนน้ำมันๆเปลี่ยน ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น เมื่อราคาหน้าโรงกลั่นลดลงในขณะที่ปั๊มยังขายราคาเดิมอยู่จะทำให้ค่าการตลาดสูงเพราะปั๊มมีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะต้นทุนน้ำมันถูกลง  และเมื่อค่าการตลาดมันสูงเกินเกณฑ์ค่าเฉลี่ย (จากการศึกษาของสถาบันปิโตรเลียม ค่าการตลาดโดยเฉลี่ยที่เหมาะสมของทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 1.7-2.0) ผู้ค้าก็จะมีการปรับลดราคาลง ในทางกลับกันเมื่อราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มในขณะที่ปั๊มยังขายราคาเดิมอยู่ก็จะทำให้ค่าการตลาดต่ำเพราะต้นทุนน้ำมันๆสูงขึ้นทำให้รายได้ของปั๊มลดลง และเมื่อค่าการตลาดมันต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ย ผู้ค้าก็จะมีการปรับราคาขึ้น โดยหลักการพื้นฐานแล้วมันจะเป็นแบบนั้นครับ (ราคาน้ำมันจะมีการปรับเมื่อค่าการตลาดสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย)       ประเด็นที่สอง เรื่องช่วงเวลาในการปรับ (หรือช่วงห่างระหว่างค่าการตลาดโดยเฉลี่ยกับค่าการตลาดน้ำมันในช่วงนั้น) อันนี้สำคัญมากที่เป็นเหตุผลที่จะอธิบายว่าทำไมการขึ้นลงของราคาแต่ละครั้งมันไม่เท่ากันและทำไมสัดส่วนที่ปรับขึ้นมากกว่าตอนที่ปรับลง (อย่างเช่น ปรับขึ้น 60 สต. แต่ปรับลงแค่ 40 สต.) จากย่อหน้าที่แล้วเรารู้แล้วว่าค่าการตลาดมีผลต่อการปรับราคาหน้าปั๊ม ..แต่ตัวที่ทำให้การปรับราคาขึ้นลงไม่เท่ากันมันคือช่วงระยะเวลาในการปรับคับ ตรงนี้ผมขออนุญาติอธิบายแยกเป็นสองส่วนคือตอนที่ปรับราคาลงกับตอนที่ปรับขึ้น..   […]


  • ว่าด้วยเรื่องการปรับราคาน้ำมัน ขึ้น50ลง30 ขึ้น 60 ลง 40

    มีคนเข้าใจผิดและด่ากันเยอะเรื่องการปรับราคาน้ำมัน ว่าทำไมตอนปรับขึ้นมันปรับขึ้นเยอะกว่าตอนปรับลง บ้างก็ว่า ขึ้น50ลง30 ขึ้น60ลง40 … แต่ในความเป็นจริงแล้ว การขึ้นลงราคาที่ต่างกัน ผู้บริโภคอย่างเราได้ประโยชน์อย่างไรมาดูกัน!!! ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://m.facebook.com/fellowshipoftheenergy/posts/1815080521892460 Share This:


  • ตามติด มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแถลง คดี ปตท. คืนท่อก๊าซไม่ครบ อมท่อ

    ตามที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้แถลงข่าวว่าได้ดำเนินการยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าประพฤติมิชอบในการแบ่งแยกทรัพย์สินของ ปตท. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 โดยศาลได้นัดฟังคำตัดสินว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2561 นั้น   จากข้อเท็จจริงที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแถลงข่าว ปตท. ขอเรียนว่า กรณีเดียวกันนี้ น.ส.รสนา โตสิตระกูล และนางสาวบุญยืน ศิริธรรม ได้เคยเป็นโจทย์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริต(คดี ปตท. คือท่อก๊าซไม่ครบ หรืออมท่อ) และประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 และศาลอาญาคดีทุจริตฯท่อก๊าซ (อมท่อ) ได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ต่อมาโจทก์ทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้มีคำพิพากษาลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ยืนตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดี(ปตท. อมท่อ)ดังกล่าวจึงถึงที่สุด   ทั้งนี้ ปตท. ขอเรียนยืนยันว่า ปตท. ได้ดำเนินการแบ่งแยกและส่งมอบทรัพย์สิน(ท่อก๊าซ)ให้แก่กระทรวงการคลังตามคำพิพากษาศาลฯ คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.35/2550 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว […]


  • ชาญศิลป์ ตรีนุชกร … CEO คนใหม่ ปตท. กับกรณีคดีทุจริตปาล์มอินโด

    กำลังจะถึงช่วงผลัดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง กับหัวเรือใหญ่ขององค์กรด้านพลังงานที่สำคัญของประเทศ อย่าง ปตท. โดยไม้ต่อครั้งนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นมติอย่างเอกฉันท์จากบอร์ด ปตท. ซึ่งเราก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า ลูกหม้อผู้ทำงานกับ ปตท. มาอย่างยาวนานมาถึง 35 ปี กับระยะเวลาการทำงาน 1 ปี 6 เดือน จะต่อยอดนำพา ปตท. ให้ก้าวหน้าไปทิศทางไหน สำหรับใครที่อยากจะรู้จักผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้น อาจจะตกใจเล็กน้อย เพราะหากไปเสิร์ชชื่อ “ชาญศิลป์ ตรีนุชกร” ในกูเกิ้ล ก็อาจจะพบชื่อนี้ไปปรากฏในข่าวที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย ซึ่งตรงนี้ “ชาญศิลป์” กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดในคดีนี้ และตนไม่ได้ถูก ปตท. ฟ้องร้อง แต่อย่างใด ส่วนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ตนเข้าไปเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท. กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเข้าไปลงทุนธุรกิจปลูกปาล์มในอินโดนีเซีย โดยช่วงเวลาที่ตนเข้าไปรับตำแหน่งนั้น เป็นช่วงหลังจากเกิดปัญหา ต่อมาจึงมีการตรวจพบหลักฐานความผิดปกติและเริ่มการสืบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง จาก ปตท. และส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาพิจารณาสอบสวน และยื่นฟ้องคดีต่อศาล โดยตนไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ถูก ป.ป.ช. เชิญไปให้ข้อมูลในฐานะที่เคยบริหารงานเท่านั้น […]


  • ไขทุกข้อสงสัย … กับบทสรุป ปตท. นั้น เพื่อใคร?

    มีข้อมูลที่บิดเบือนอยู่มากมายในโลกโซเชียล ที่นำพาไปสู้ความเข้าใจผิด โดยเฉพาะกับ บริษัทที่ถูกโยงไปเป็นประเด็นทางการเมือง อย่าง ปตท. เกิดเป็นคำถาม “ปตท. ทำเพื่อใคร?” ทั้งเรื่องการตั้งบริษัทบนเกาะเคย์แมน การแปรรูป รวมถึงเรื่องราคาพลังงาน เรื่องราวเหล่านี้ถูกพูดถึงบ่อย และหลายคนก็พยายามตั้งคำถาม โดยไม่สนใจว่าคำตอบของคำถามเหล่านี้ ก็มีข้อมูล มีการออกมาตอบอยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีการพยายามปิดบังอะไร ซึ่งจะขอแยกอธิบายออกเป็นข้อๆ ดังนี้ ไม่มีบัญชีลับอะไรใด เพราะ บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องแสดงทรัพย์สิน รวมถึงรายรับรายจ่าย มีกรรมการ มีผู้ตรวจสอบจากภายนอกด้วย แถมยังมี สตง. รับรองบัญชีอีก ปัจจุบัน คุณไพรินทร์ หมดวาระเป็นประธาน ปตท. ไปแล้ว เกาะเคย์แมนไม่ได้เป็นเกาะฟอกเงินอย่างในหนัง เป็นการเปิดเพื่อกระจายความเสี่ยง ปัจจุบันมีกฎหมายรองรับ มีการตรวจสอบ มีการรายงานลงในบัญชี สามารถตรวจสอบได้ใน 56-1 การลงโฆษณาในสื่อ เป็นหลักของการตลาด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าสินค้าใดๆ ก็มีการประชาสัมพันธ์ การแปรรูป ปตท. เริ่มสมัยคุณชวน เมื่อประมาณ ปี 42 โดยหุ้น ปตท.เข้าตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายวันแรก […]