Articles Posted by the Author:

  • เทียบกรณีระเบิดที่โรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ กับราคาน้ำมันที่ ปตท. ไม่ได้เป็นผู้กำหนด

    จากกรณีฝูงเครื่องบินไร้คนขับเข้าถล่มหน่วยปรับสภาพน้ำมันดิบก่อนส่งออกขาย 2 แห่งในซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นเหตุให้ตลาดราคาน้ำมันดิบและตลาดน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นมาก ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็มีผลกระทบกับสถานการณ์การจัดหาและราคาน้ำมันโลก ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่นำเข้าพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะน้ำมัน เพราะฉะนั้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อประเทศไทยแน่นอน แม้ว่าจะไม่มีการประกาศปรับราคา แต่กลไกโครงสร้างภายในก็มีความผันผวนให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ปตท. ไม่ได้มีสิทธิ์เป็นผู้กำหนดราคาน้ำมัน หรือแทบไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาน้ำมันในประเทศได้ตามที่หลายท่านมีอคติ             เกิดอะไรขึ้นบ้างกับราคาน้ำมันหลังเกิดเหตุการณ์!!!                 ด้วยเหตุว่าสถานที่ที่ถูกโจมตี 2 แห่งนั้น เป็นแหล่งที่ผลิตน้ำมันดิบสำคัญ ทำให้เกิดการสูญหายของกำลังผลิตน้ำมันดิบมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และทำให้น้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาก (1. สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัสทะยานขึ้นกว่า 11% 2.ไนเม็กซ์ปรับตัวขึ้นกว่า15%แตะที่ราคา 63.34 ดอลลาร์/บาร์เรล 3.สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะยานกว่า 19%แตะที่ราคา 71.95 ดอลลาร์) และการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในครั้งนี้ส่งผลให้ตลาดราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ ที่ประเทศไทยอ้างอิงราคาปรับพุ่งสูงขึ้นมากตามตลาดน้ำมันดิบ ( เช่น ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 10% เพียงช่วง 3 วันหลังการโจมตี) และกระทบต่อราคาหน้าโรงกลั่นประเทศไทยที่ต้องปรับตาม ยังผลให้ค่าการตลาดน้ำมันในขณะนั้นอยู่ในระกับที่ต่ำมาก จากสถานการณ์ที่ค่าการตลาดลดต่ำลงมาก เกิดเป็นกระแสข่าวการปรับราคาน้ำมันตามสื่อต่างๆ ในโซเชียล อันแสดงให้เห็นว่า […]


  • ชาญศิลป์ ตรีนุชกร 2

    ชาญศิลป์ ตรีนุชกร 2

    เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2561 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ได้เริ่มดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลา 1 ปี กับการเป็นหัวเรือใหญ่ นำพาให้ ปตท. เป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจ เน้นความโปร่งใส สู่ความยั่งยืน มีความก้าวหน้า และรุ่งเรืองในอนาคต นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการทำงานใน ปตท. มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สามารถตอบสนองแผนกลยุทธ์ของ ปตท. ในยุค Disruptive Technology ได้เป็นอย่างดี แสวงหาธุรกิจใหม่ของ ปตท. และสามารถขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมปรับปรุงการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความท้าทายต่าง ๆ ทั้งปัจจุบันและอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์นโยบาย CHANGE for Future of Thailand 4.0 และยังกำกับดูแลการดำเนินการภายในองค์กและดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ “การทำงานร่วมกัน” เป็นเรื่องที่คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกรให้ความสำคัญ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของทีมให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากทีมล้วนเป็นคนรุ่น Gen X และ […]


  • โครงสร้างราคาน้ำมันมีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศอย่างไร

    ราคาน้ำมันแต่ละประเทศมีนโยบายการกำหนดโครงสร้างและสัดส่วนในแต่ละโครงสร้างที่แตกต่างกัน อันนำไปสู่ราคาปลายทางหรือราคาหน้าปั๊มที่มีความแตกต่างกัน บางคนอาจหยิบราคาน้ำมันสำเร็จรูปของแต่ละประเทศมาเทียบกันโดยอาจพูดแต่เพียงแมสเสจที่ว่าประเทศไทยมีการส่งออกน้ำมันให้กับประเทศอื่นที่มีราคาหน้าปั๊มถูกกว่าไทย ยิ่งสร้างความบิดเบือนให้คนเข้าใจผิดว่า ราคาน้ำมันไทยแพงอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมันมีเหตุผลเรื่องโครงสร้างราคา ซึ่งทำให้ราคาแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ในบทความที่ผ่านมา ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปของโครงสร้างราคาในประเทศไปแล้ว คราวนี้จึงอยากขอยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงมาให้ดูกันว่า โครงสร้างราคาประเทศอื่นๆ เป็นอย่างไร เทียบ มาเลเซีย เทียบราคากับประเทศมาเลเซีย ในส่วนราคาหน้าโรงกลั่นด้วยความที่คุณภาพน้ำมันที่แตกต่างกัน กับนโยบายของภาครัฐ เรื่องผสมพลังงานทดแทนทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงสิงคโปร์มีความแตกต่างกันบ้าง ส่วนนโยบายเรื่องภาษีและกองทุนต่างๆ รัฐไม่มีการจัดเก็บหรือจัดเก็บบางตัวในสัดส่วนที่ต่ำ และนอกจากนั้นรัฐยังช่วยอุดนหนุนราคา (ช่วยจ่ายน้ำมันในแต่ละลิตร) ทำให้ราคาน้ำมันมาเลเซียถูกกว่าไทย เทียบ สิงคโปร์ เทียบราคากับกับประเทศสิงคโปร์สิงคโปร์ ราคาหน้าโรงกลั่นแพง เพราะใช้น้ำมันคุณภาพสูง (ยูโร 5 ) บวกค่าการตลาดที่สูงมาก ทำให้ราคาน้ำมันสิงคโปร์แพงกว่าประเทศไทยชัดเจน เทียบ กัมพูชา เทียบราคากับประเทศกัมพูชาแม้ว่าจะเก็บภาษีและกองทุนฯในอัตราที่ต่ำกว่าไทยมาก แต่ค่าการตลาดค่อนข้างสูง ทำให้ราคาน้ำมันไทยกับกัมพูชามีราคาใกล้เคียงกัน (บางช่วงราคากัมพูชาอาจแพงกว่าไทย แต่บางช่วงราคากัมพูชาก็อาจแพงกว่าไทย) ไม่ใช่เพียงแค่ 3 ประเทศ ที่มีโครงสร้างราคาและสัดส่วนที่แตกต่างกัน หากแต่ “ทุกประเทศ” ต่างก็มีวิธีหรือนโยบายที่แตกต่างกัน ยังผลให้ราคาแต่ละประเทศต่างกัน ส่วนคำครหาที่ว่า ประเทศไทย ทำไมราคาน้ำมันแพง ก็คงจะไม่จริงเสียทีเดียว เพราะหากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้ว […]


  • OR ไม่ใช่การแปรรูปรอบ 2

    OR ไม่ใช่การแปรรูปรอบ 2

    ในปี พ.ศ. 2544 ปตท.ได้เข้าสู่กระบวนการแปลงสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายในรูปบริษัทมหาชน จำกัด ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และช่วงปลายปีเดียวกัน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ก็ได้ดำเนินการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการกระจายหุ้นจำหน่ายให้แก่ประชาชนและเอกชนโดยทั่วไป จนปัจจุบันบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทมหาชน โดยมีรัฐบาล(กระทรวงการคลัง) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่สัดส่วนประมาณร้อยละ 51 และตกอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การดำเนินธุรกิจอย่างเดียวกันกับเอกชนที่ประกอบกิจการทำนองเดียวกัน ทั้งในเรื่องการต้องขออนุญาตประกอบกิจการ การเช่าที่ดินของรัฐเพื่อการดำเนินงาน การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีอื่น ๆ การไม่มีอำนาจพิเศษที่จะบังคับเหนือนิติบุคคลเอกชนอื่น รวมตลอดไปถึงการไม่มีสถานะเป็นหน่วยงานทางปกครองที่จะต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ด้วย เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) จะนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกหนึ่งบริษัท นั้นคือ บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือเรียกอีกชื่อว่า โออาร์ ซึ่งมีกระแสทัดทานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเรื่องการนำเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จึงเป็นที่มาของคำว่าแปรรูปรอบสองขึ้นมาในฟากฝั่งผู้ที่เป็นขาประจำของกลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐที่เราคุ้นเคยว่า NGO ที่ตั้งตัวขึ้นมาเพื่อมีบทบาทในสังคมยกตัวเป็นผู้นำทำเพื่อสังคมด้านพลังงาน ขาประจำที่คุ้นเคยกันด้านพลังงานก็จะเป็น กลุ่ม เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย หรือที่เรียกว่า คปพ. ซึ่งหยิบยกประเด็นขึ้นมาโจมตีก็จะใช้คำว่า “แปรรูปรอบสอง” […]


  • ความเข้าใจผิดเรื่องแยก PTTOR ไม่ได้แปรรูป รอบ2

    ได้มีโอกาสอ่านข้อเขียนเกี่ยวกับประเด็นความเข้าใจผิดเรื่องการแยก PTTOR เนื้อหาข้อเขียนสามารถสื่อและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นการแยก PTTOR เป็นอย่างดี ทั้งยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่การกระจายหุ้นที่จะเกิดขึ้นได้อย่างน่าสนใจ เลยอยากนำบทความมาให้ได้ลองอ่านกัน “ประเด็นที่ร้อนแรง และคิดว่าจะมีแค่คนบางกลุ่มที่เข้าใจผิดว่า การประกาศปรับโครงสร้างของกลุ่ม ปตท. คือการแปรรูป และเกิดการตั้งคำถามต่างๆ นานา ว่าอาจทำให้รัฐเสียประโยชน์ต่างๆ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การแปรรูป ปตท. โดยรัฐบาลมีนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาตั้งแต่รัฐบาลนายกฯชวน (ปี 2540) ตามคำแนะนำของ IMF เพื่อลดภาระของรัฐจากวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนั้น และการโอนทรัพย์สินจากการปิโตรเลียมฯมาให้ บมจ.ปตท. ในปี 2544 ดำเนินการตาม พรบ.ทุนรัฐวิสาหกิจ (2542) และมติ ครม. ที่สอดคล้องกับความเห็นของสนง.กฤษฎีกา ในขณะนั้น ดังนั้น การปรับโครงสร้างธุรกิจ ปตท. จึงไม่ขัดต่อกฎหมายแปรสภาพและจัดตั้ง บมจ. ปตท. เพราะการปรับโครงสร้างธุรกิจ ปตท. เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (“พรบ. บริษัทมหาชนฯ”) กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างธุรกิจ ปตท. ในครั้งนี้ยังคงต้องได้รับการอนุมัติ จากหน่วยงานต่างๆ […]


  • จบในเล่มเดียว “ ปตท.คืนท่อก๊าซฯครบหรือไม่ ? ”

    เมื่อเร็วๆนี้ผู้เขียนได้มีโอกาศอ่านหนังสือ ‘ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเหนือท่อปิโตรเลียมของ ปตท. : พิจารณาตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่ ฟ.35/2550’ โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ที่ได้จัดทำขึ้นโดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก คณะ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื้อหาในหนังสือเป็นการบรรยายสรุป ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ มูลเหตุที่มาของการฟ้องร้องคดี ตลอดจนปัญหาข้อกฎหมายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งต่างๆของศาลที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดตลอดจนคำโต้แย้งของหน่วยงานต่างๆที่คัดค้านว่าการปฏิตามคำพิพากษายังเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง มีความยาวทั้งหมด 116 หน้า ประเด็นพิพาทเรื่อง ‘ท่อก๊าซฯ’ โดยเฉพาะ ‘ท่อก๊าซฯในทะเล’ ว่า ปตท. ได้คืนครบแล้วหรือไม่นั้น เป็นที่ถกเถียงกันมานานนับสิบปี โดยประเด็นดังกล่าวได้ปรากฏอยู่ตามสื่อออนไลน์ต่างๆมากมาย มีการฟ้องคดีสืบเนื่องจากประเด็นดังกล่าวหลายครั้ง กระทั่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง ผู้เขียนเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้นำเสนอเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจภาพรวมของปัญหาตลอดจนข้อสงสัยข้อโต้แย้งที่ปรากฎตามสื่อต่างๆ และด้วยเนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่อธิบายผ่านสำนวนภาษากฎหมาย อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้อ่านที่ไม่คุ้นชินกับสำนวนดังกล่าว ผู้เขียนจึงได้ปรับแต่งลดทอนภาษากฎหมาย โดยอาจยกหลักกฎหมาย หรือรายละเอียดในคำพิพากษามาประกอบการอธิบายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น จุดประสงค์หลักเพื่อมุ่งอธิบายตอบข้อสงสัยในประเด็นที่คนทั่วไปส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยแยกสรุปออกมาเป็นข้อๆได้ดังนี้ครับ   1.ท่อก๊าซฯ เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร? บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน เดิมทีคือ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยถูกจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521 ถือเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติที่รัฐถือหุ้น […]


  • ปตท. กับคดีทุจริตปาล์มอินโดฯ

    จากกรณีคดีปาล์มอินโดฯ ที่มีการขยายผลไปสู่กรณีการปิดปิดทรัพย์สินของ ป.ป.ช. (https://www.posttoday.com/politic/news/597316)  จะเห็นว่า ปตท. ในฐานะองค์กรต้นเรื่อง และเป็นองค์กรที่ถูกโจมตีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จากความพยายามในการให้ข้อมูลและร่วมมือในการสืบสวน โดยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์กรณีโครงการปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซียของบริษัท พีทีที.กรีน เอเนอร์ยี่ฯ (PTT.GE) ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังถูกสอบสวนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักกฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์จากกรณีนี้ว่า “จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ บริษัท ปตท. กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (PTTGE) นั้น ปตท. ขอยืนยันว่า ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินนโยบายต่อต้านการทุจริตที่ชัดเจนและจริงจังตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance: CG) มาโดยตลอด ซึ่งกรณีที่เกี่ยวกับ […]


  • 11ผู้บริหารทีมอเวนเจอร์ปตท. เปิดจักรวาลพลังงานไทย โดย ณ กาฬ เลาหะวิไลย

    11ผู้บริหารทีมอเวนเจอร์ปตท. เปิดจักรวาลพลังงานไทย โดย ณ กาฬ เลาหะวิไลย

    เครดิต : https://businesstoday.co/interview/nhakran/1701/ กลุ่มปตท.เป็นกิจการที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศไทย มีสินทรัพย์มากสุด และติดอันดับบริษัทโลกจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูน ไม่บ่อยครั้งนักที่ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มปตท.  11 คน จะมาฉายภาพแลดงให้เห็นทิศทางการทำธุรกิจอย่างพร้อมเพียง ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ ขุดเจาะสำรวจก๊าซ น้ำมัน ไปจนถึงกิจการค้าปลีกในปั๊มน้ำมัน   เริ่มจากในปีนี้ธุรกิจที่จะเป็นเรือธง สร้างรายได้ให้กลุ่มปตท.มากสุด ได้แก่กิจการต้นน้ำในการสำรวจ ขุดเจาะ ปิโตรเลียม โดยกิจการสำคัญคือ  บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(ปตท.สผ.) “กลุ่มปตท.จะหาโอกาสใหม่ๆ โดยไฟฟ้าที่จะเป็นพลังงานสำคัญ โดยที่ได้ทำไปแล้ว  อาทิ การสร้างโรงไฟฟ้าลอยน้ำ ตัดแปลงมาจากเรือขนก๊าซ  การศึกษาลู่ทางลงทุนผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน หากมีโอกาสปตท.อยากจะลงทุนด้านสายส่ง” พงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ.  กล่าวว่า ภารกิจสำคัญที่เร่งดำเนินการเป็นการรับช่วงสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณ ในอ่าวไทย เพื่อรองรับการผลิตใน 10 ปีข้างหน้า  พร้อม ๆ กับการขยายโอกาสในในต่างประเทศ เป้าหมายอยู่ที่ มาเลเซีย พม่า โอมาน และสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ขณะเดียวกันเพื่อรองรับการผลิตและความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ปตท.สผ. อยากให้เร่งเปิดการลงทุนสำรวจแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศไทยรอบใหม่ ซึ่งมีโอกาสมากขึ้น จากเทคโนโลยีการขุดเจาะที่ทันสมัย และการลงทุนที่ลดต่ำลง  รวมถึงขอให้เปิดเจรจารอบใหม่ในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา […]


  • น้ำมันไทยแพงแต่ส่งออกถูก

    น้ำมันไทยแพงแต่ส่งออกถูก

    อีกหนึ่งในประเด็นโต้แย้งเรื่องพลังงานคือ ทำไมต้องส่งออกน้ำมันแถมยังส่งออกในราคาถูกกว่าที่คนไทยจ่าย อีกทั้งยังสร้างความสับสนให้ประชาชนที่รับข้อมูลบางกลุ่มคิดว่าที่ประเทศไทยส่งออกน้ำมันเป็นเพราะมีน้ำมันมหาศาลติดอันดับโลก ความเป็นจริงแล้วประเทศไทยมีน้ำมันน้อย จัดหาได้ประมาณ 10% จากปริมาณการใช้ในประเทศเท่านั้น ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันแต่ก็ยังมีการส่งออกน้ำมันทั้งรูปแบบสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ ซึ่งปริมาณส่งออกน้อยมากถ้าเทียบจากปริมาณการผลิตทั้งหมด และราคาที่ “ส่งออกถูกกว่า” เพราะไม่ได้เก็บภาษีสรรพษามิตร ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงกองทุนต่างๆ ในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาติเก็บจากคนในชาติ เพื่อพัฒนาชาติ กรณีส่งออกมาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือโรงกลั่นไม่สามารถกลั่นน้ำมันดิบได้ หรือน้ำมันดิบไม่เหมาะกับการใช้ของคนในประเทศ เพราะน้ำมันจากบางแหล่งมีสารปรอทมาก ส่งผลต่อโรงกลั่นจึงส่งออกให้กับประเทศที่สามารถกลั่นน้ำมันดิบชนิดนั้นได้ กรณีที่ 2 คือการขุดเจาะพบน้ำมันดิบที่สามารถกลั่นเบนซินได้มาก แต่ไม่ตรงกับการใช้ของคนไทย ก็จะมีการส่งออกเพื่อนำเข้าน้ำมันดิบที่ตรงกับต้องการใช้ของคนไทยเข้ามาแทน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ไทยจึงเป็นผู้ “นำเข้า” น้ำมันปริมาณมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็ “ส่งออก” น้ำมันด้วย เป็นเพราะว่าน้ำมันที่ไทยนำเข้าและส่งออก เป็นคนละตัวกันนั่นเอง ส่วนเรื่องที่คาใจคนไทยทั้งประเทศคือ ทำไมราคาน้ำมันไทยถึงแพง ปัจจัยสำคัญเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสารพัดค่า ไม่ว่าจะเป็น ค่าภาษี ค่าการตลาด ไปจนถึงการแบ่งเงินส่วนหนึ่งที่ต้องส่งเข้ากองทุนน้ำมันให้กับภาครัฐ ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์ส่วนนี้คือรัฐบาลไม่ใช่บริษัทผู้ค้าน้ำมัน ความต้องการใช้น้ำมันมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี ในขณะที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะช่วยกันประหยัดพลังงานของชาติให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของทุกคนได้ และต้องช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นด้วย Share This:


  • หุ้นปตท.แท้จริงเป็นของใคร?

    แม้ว่าประเทศจะผ่านความขัดแย้ง พยายามเข้าสู่การปรองดองมาพักใหญ่ แต่ชื่อของนักการเมืองบางคนยังถูกกล่าวถึงและใช้เป็นเครื่องมืออยู่เสมอ โดยเฉพาะหุ้น ปตท. ทั้งตัวนักการเมืองเองหรือคนสนิทรอบข้าง ที่ต่างมีการพยายามโยงว่าเป็นการถือผ่านนอมินีบ้าง ผ่านคนสนิทบ้าง พอเห็นกระแสข่าวเรื่องรัฐมนตรีพลังงานกับกรณี ปตท.ที่จะเอาบริษัทในเครือเข้าตลาดหลักทรัพย์ เลยคิดถึงเรื่องการถือครองหุ้นของปตท.ว่าทำไมรัฐบาลถึงสั่งปตท.ได้ ซึ่งผมก็หาข้อมูลมาได้ดั่งตารางข้างล่างนี้ หากเรามาดูรายชื่ออันดับผู้ถือหุ้นของปตท. ก็จะเห็นว่าสัดส่วนของรายชื่อที่เป็นสังกัดของรัฐบาลไทยมีกระทรวงการคลัง, กองทุนวายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด(มหาชน), กองทุนวายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.กรุงไทย จำกัด(มหาชน)และสำนักงานประกันสังคม รวมๆกันอยู่ที่ 64.70% หลายๆคนที่ไม่เคยลงทุน คงจะสงสัยชื่อ NVDR ผมขออธิบายง่าย ๆนะครับ NVDR เอ็นวีดีอาร์หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นชื่อว่า “บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด” (Thai NVDR Company Limited) เอ็นวีดีอาร์เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ (Automatic List) วัตถุประสงค์หลักของเอ็นวีดีอาร์ คือเพื่อกระตุ้นการลงทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดหลักทรัพย์และเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนชาวต่างประเทศ ที่สนใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนแต่อาจไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์นั้นได้ อันเนื่องมาจากการควบคุมสัดส่วนการถือครองหหลักทรัพย์ของคนต่างด้าวที่ระบุไว้ตามกฎหมายไทย ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงิน เช่น เงินปันผล และสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเช่นเดียวกับการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน แต่ผู้ถือเอ็นวีดีอาร์จะไม่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมของบริษัทจดทะเบียน (Non-Voting Rights) (https://www.set.or.th/nvdr/th/about/whatis.html) SOUTH […]